Search Engine Optimization

รู้จักกับ Google Sandbox หรือหลุมทราย พร้อมวิธีรับมือแก้ไข

Google Sandbox หรือ หลุมทราย คือ  การที่ Google ได้ดูดเว็บของเราไปเก็บไว้ โดยไม่ว่าใครก็ตามที่จะ search หายังไงก็ไม่เจอ ค้นหาไม่พบ หรือ ค้นจากชื่อเว็บ ก็ยังไ่ม่เจอเว็บเลย ทั้งๆที่เว็บเรายังมี index อยู่เหมือนเดิม โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดจะมีหลายๆอย่างมาก เช่น การอัด Backlink ที่ละมากๆ หรือผิดธรรมชาติ

 

* Google Sandbox สำหรับเจ้าของเว็บที่เพิ่งเริ่มทำเว็บใหม่ หรือ นักทำ SEO จำเป็นจะตัองรู้ เพราะว่ามีผลอย่างยิ่งต่อการทำ SEO ของเว็บที่เกิดใหม่ หรือมุ่งเน้นให้เว็บไซต์ใหม่มีอันดับที่ดีใน Search Engine

 

Google Sandbox เป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายว่าทำไมโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนหรือที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์การครอบครองบ่อยๆ อันดับจึงไม่ดีนักสำหรับผลการค้นหา หรืออธิบายได้ว่า เว็บไซต์ที่เกิดใหม่จะถูกกองรวมกันที่ “Sandbox (หลุมทรายของกูเกิ้ล)” หรือจะถูกกักอยู่ในพื้นที่จนกว่าเว็บใหม่นั้นจะปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพ และพิสูจน์ได้ว่าเว็บเหล่านั้นสมควรได้รับการ Index หรือการติดอันดับค้นหาที่ Search Engine เมื่อ Google เห็นว่าเว็บไซต์ใหม่นั้นมีคุณภาพและให้ความสำคัญของเว็บไซต์ใหม่ เว็บไซต์ใหม่เหล่านั้นก็จะถูกปล่อยตัวออกจาก Sandbox หลุมทราย และอาจจะแสดงขึ้นที่อันดับสูงในหน้าผลการค้นหาที่ Google เวลาก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะได้รับอิสระภาพที่จะถูกปลดพันธนาการจากหลุมทราย Google  Sandbox อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึงหนึ่งปี และบางครั้งก็อาจจะใช้เวลานานกว่านั้น 

Google Sandbox พยายามที่จะไม่ให้เว็บไซต์ใหม่จำพวกสแปมเว็บไซต์ หรือเว็บไซต์ขยะ แสดงผลลัพธ์ของคำค้นหาได้อย่างรวดเร็ว ถึงอันดับต้นๆ ของผลลัพธ์การค้นหา และก็ปิดตัวลงไปอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อ ติด Sandbox  Effect แล้ว และจะออกจาก Sandbox  Effect เมื่อไร

เว็บไซต์ทุกเว็บที่มีการใส่เนื้อหาแล้ว ไม่นับรวมการจดโดเมนเนมล่วงหน้า ที่จดไว้เฉยๆ พูดง่ายๆคือ หากในเว็บไซต์มีการใส่เนื้อหาแล้ว ถึงแม้จะมีน้อยบทความแต่ก็ถือว่ามีการ Online แล้ว จะมีการตรวจสอบโดย Googlebot เข้ามาเว็บไซต์ของเราเป็นครั้งแรก เมื่อนั้นเว็บไซต์เราก็จะเข้าไปติด Sandbox Effect ได้

การแก้ไข เมื่อติด Sandbox  Effect

การออกจาก Sandbox เมื่อเว็บไซต์เรามีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือมากพอ ใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 6 เดือน เว้นแต่ว่าเว็บไซต์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากๆ และมีเว็บที่มีความน่าเชื่อถือลิงค์เข้ามาหาจำนวนพอสมควร เว็บนั้นก็อาจจะใช้เวลาน้อยกว่า 6 เดือน ก็ออกจาก Sandbox Effect ได้แล้ว

หากออกจาก Sandbox  Effect เว็บไซต์เราก็จะมี Page Rank หรือค่า PR โดยเริ่มจาก 0,1,2… ไปเรื่อยๆ ยิ่งมี PR สูงเท่าไหร่ ก็หมายความว่า เว็บไซต์ของเราเป็นเว็บที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ ก็ทำให้มีโอกาสที่จะติดอันดับดีๆ ใน Google มากขึ้นอีกด้วย เช่น sanook.com มี PR 7 , facebook.com มี PR เป็น 10 เป็นต้น 

รู้ได้อย่างไรว่าหลุดจาก Sandbox  Effect แล้ว  

ให้ลองค้นหาใน Search Engine โดยให้เราพิมพ์ site:www.domainname.com หากมีการค้นพบเจอเว็บไซต์ของเรานั้น แสดงว่าเว็บไซต์เราหลุดออกมาจาก Sandbox  Effect แล้ว

          หลังจากนี้เราควรพัฒนาเว็บไซต์ของเราให้มีคุณภาพ เนื้อหา บทความ ข่าวสาร มีการอัพเดทเนื้อหาใหม่อยู่เสมอ การหลุดจาก Sandbox  Effect แล้วจะไม่เข้าไปติด Sandbox  Effect อีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถทำอะไรๆ ก็ได้ เราไม่ควรสแปม Keyword หรือเพิ่ม Backlink มากจนเกินไป เพราะจะทำให้เราถูก De index หรือก็คือ การที่ Google ไม่แสดงผลเว็บไซต์ของเราบน Google

เช่น เราเช็ค site:www.domainname.com ใน Google แล้วพบว่าเว็บไซต์เราถูก Index ไว้ 10 หน้า Google แต่พอวันนึงมาเช็คใหม่ดันเจอเพียง 5 หน้า แสดงว่าเราถูก De index หรือหากร้ายแรงมากเราอาจจะโดนลบออกจากฐานข้อมูล Search Engine ไปเลย ที่นี้ค้นข้อมูลอย่างไรก็ไม่เจอเว็บไซต์ของเราอีกแล้ว

ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่า เว็บไซต์ที่เปิดใหม่ทั้งหลาย จะถูก Google มาทำการตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหา แล้วเอาไปเก็บเข้าคลังเอาไว้ จากนั้น ถ้าเว็บไซต์เรามีการพัฒนา เนื้อหามีคุณภาพ ฯลฯ เป็นต้น เว็บไซต์ของเราก็จะมีค่า PR เมื่อ Search จาก Google แล้วจะอยู่ลำดับต้น ๆ ของหน้าเพจ Google 

คำสั่ง Google ที่ใช้ตรวจสอบการหน้าเว็บที่ถูกเก็บลงฐานข้อมูลของ Google Index 
site:ชื่อเว็บไซต์.com

คำสั่ง Google ที่ใช้ตรวจสอบจำนวนลิงค์ (Link Popularity)
link:ชื่อเว็บไซต์.com

SEO Modify

SEO Modify รวมวิธีทำ SEO

รวบรวมเรื่องราว กลยุทธ์การทำ SEO ข่าวสาร ข้อมูลการตลาด และเทคนิคต่างๆ ในการปรับแต่งเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆบนผลการค้นหา

Logo

SEO Modify